Page 149 - Top hits ความรู้สุขภาพจิต ฉบับนักสื่อสาร
P. 149

1.  โรคแพนิค (Panic disorder) และโรคกลัวการอยู่ในสถานที่ตนเอง
             เกิดอาการกลัวมาก (agoraphobia)
               2.  โรควิตกกังวลเฉพาะอย่างและสังคม (Specific phobia and social

             phobia)
               3.  โรคยำ้าคิดยำ้าทำา (Obsessive-compulsive disorder)

               4.  โรคเครียดที่เกิดภายหลังจากผู้ป่วยเผชิญกับเหตุการณ์ที่รุนแรง
             (Posttraumatic Stress Disorder และ Acute Stress Disorder) เช่น
             ภาวะสงคราม วินาศภัย อุทกภัย หรือถูกข่มขืนอย่างร้ายแรง

               5.  โรคกังวลทั่วไป (Generalized anxiety disorder)
             ก�รรักษ�อ�จต้องใช้ย� และบำ�บัดท�งจิตใจร่วมกัน

               1.  การรักษาโดยการใช้ยา ยามีประสิทธิภาพสูงมากในการรักษา
             โดยเฉพาะระยะเฉียบพลัน ผู้ป่วยที่เครียดมานาน หลังจากได้รับประทานยา
             คลายกังวล จะรู้สึกอาการดีขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อผู้ป่วยได้ทานยา เมื่อบรรเทา

             อาการแล้ว ควรมีการปรับปรุงบุคลิกหรือการปรับตัวเอง โดยทั่วไปแล้ว
             ยาคลายกังวล ในปริมาณไม่สูงนัก ไม่มีผลเสพติดทางร่างกาย ผู้ป่วยสามารถ

             หยุดยาได้ โดยไมมีอาการถอนยาแต่อย่างใด โดยอยู่ในความดูแลของแพทย์์
               2.  การรักษาทางจิตใจโดยใช้จิตบำาบัด แบบจิตวิเคราะห์เป็นการ
             รักษาด้วยวิธีพูดคุย วิเคราะห์โครงสร้างและการใช้กลไกของจิตใจ คล้ายกับ

             การเอกซเรย์จิตใจ เพื่อทำาให้ผู้ป่วยสามารถปรับตัวในชีวิตประจำาวันได้
             ปรับปรุงบุคลิกภาพของตนเอง มองหาสาเหตุที่ทำาให้เกิดความเครียด หาวิธี
             แก้ไขให้มีความยืดหยุ่นได้ดีขึ้น











                                              “Top Hits ความรู้สุขภาพจิต”  127
                                                           ฉบับนักสื่อสาร
   144   145   146   147   148   149   150   151   152   153   154