Page 18 - Top hits สุขภาพจิตและจิตเวชเด็กและวัยรุ่น
P. 18
การรักษาที่สำาคัญอีกทางหนึ่ง คือ การใช้ยารักษาสมาธิสั้น ฟังดูแล้วน่ากลัว
ว่าเป็นยากดสมองหรือไม่ จริงๆ แล้ว ยาตัวนี้ไม่ได้กดสมอง แต่จะไปเพิ่มสาร
เคมีตรงสมองที่อยู่หลังหน้าผากที่มีหน้าที่ควบคุมให้คนทำางานอย่างใดอย่าง
หนึ่งให้จนจบชิ้นงานให้ทำางานดีขึ้น เหมือนมันขี้เกียจ แล้วเราเอาเทรนเนอร์
ไปเทรนให้เขา ส่งยาตัวนี้เข้าไป ก็จะไปบอกสมองว่า การทำางานที่ถูก เธอต้อง
ทำาแบบนี้นะ สมองก็จะทำางาน ปรับตัวจริงๆ
เด็กซนที่ฉลาด คือ เด็กที่อยากรู้อยากเห็น เสร็จแล้วเขาก็จะเก็บเอาไว้
แล้วเมื่อเขาไปเจอสิ่งใหม่ๆเขาก็จะเอาไปต่อยอดได้ ซนเป็นเรื่องๆไป
จะไม่ซนจนตัวเองเจ็บตัว รู้ว่าตัวเองทำาแบบนี้จะเกิดผลกระทบอะไร แต่
เด็กสมาธิสั้น จะอยากดูไปเรื่อยๆ จนไม่จบสักอย่าง และไม่เกิดการเรียนรู้
และจะไม่รู้ถึงผลกระทบที่จะเกิดตามมาจากการซน
การมาพบแพทย์และทานยาจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคร่วมอื่นๆ ได้
ถ้าเรารักษาและทานยาอย่างสมำ่าเสมอ ปรับพฤติกรรมลูกอย่างสมำ่าเสมอ
ทั้งที่บ้าน ที่โรงเรียน โอกาสที่เขาเข้าสู่วัยรุ่นหรือวัยผู้ใหญ่มีโอกาสจะหยุดยา
ได้สูงกว่า
เด็กสมาธิสั้น ต้องการความเข้าใจ เขาไม่ได้แกล้ง เด็กทุกคนอยากดี
อยากตั้งใจเรียน อยากเรียนหนังสือเก่ง แต่มันทำาได้ไม่นาน เนื่องจากความ
พร้อมของสมองที่จะทำางานไม่มี เพราะฉะนั้น อยากให้เข้าใจเขา อย่ากลัวที่
จะพามาพบจิตแพทย์เด็ก
“Top Hits ความรู้สุขภาพจิต”
16
ฉบับนักสื่อสาร

