Page 56 - รวมบทความสุขภาพจิตสำหรับวิทยุ
P. 56
เมื่อไรก็ตามที่คุณพ่อคุณแม่ไม่มั่นใจว่าจะทำตามที่พูดได้ ก็อย่างเพิ่ง
ปากเบาเผลอพูดออกมาค่ะ เพราะจะไปทำลายความรู้สิกของลูกเปล่า ๆ และ
พลอยทำให้ลูกรู้สิกว่าคำสัญญาไม่มีความหมาย นอกจากเขาจะไม่เชื่อคำพูด
ของคุณแล้ว ต่อไปเขาก็จะไม่ให้ความสำคัญกับคำสัญญาของเขาเซ่นเดียวกัน
เซ่นสัญญากับเพื่อน ๆ ว่า “แบ่งขนมให้ฉันบ้างสิ แล้วถ้าฉันมีฉันจะแบ่งให้เธอ”
แต่พอตนมีขนมบ้าง หนูน้อยก็ยังไม่ยอมแบ่งให้เพื่อน พอเพื่อนทวงก็เล่นลีลา
บิดพลิ้วเอาดื้อ ๆ “ไว้แบ่งคราวหน้าแล้วกันนะ วันนี้ขอฉันกินก่อน” หรือสัญญา
กับเพื่อนว่าจะเอาของเล่นที่ยืมไปมาคืน แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ยอมเอามาคืนสักที
ปล่อยให้เพื่อนทวงแล้วทวงเล่า
แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่ทำให้ลูกเห็นว่า คุณให้ความสำคัญและเคารพ
ในคำสัญญา เขาก็จะไว้วางใจคุณ เพราะเขารู้ว่าคุณจะไม่ทำให้เขาผิดหวัง และ
คุณจะไม่โกหกเขาอย่างแน่นอน นอกจากนั้น เด็กก็เรืยนรู้,ที่'จะ'รักษาคำสัญญา
ของเขาที่มีต่อคนอื่น ๆ ด้วยเซ่นกัน
สำหรับเด็กวัยรุ่น คุณจำเป็นต้องให้เขาตระหนักว่า ถ้าเขารักษาคำพูด
ผู้ใหญ่ก็จะไว้วางใจเขา และยินดีที่จะให้อิสระแก่เขามากขึ้น ยกตัวอย่าง
ลูกสัญญากับพ่อแม่ว่า จะกลับบ้านไม่เกินสามทุ่ม และเขาก็กลับถึงบ้านตรงเวลา
หรือสัญญาว่าจะจะช่วยทำความสะอาดบ้านในวันหยุด ก็ทำตามที่พูด ถ้าทำให้
คุณพ่อคุณแม่ประจักษ์ครั้งแล้วครั้งเล่าถึงการรักษาคำพูด ก็จะยิ่งยํ้าให้พ่อแม่
เกิดความไว้วางใจมากขึ้น
ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นจริง ๆ จนทำให้ไม่สามารถรักษาสัญญาได้
คำขอโทษเป็นสิงจำเป็นและแสดงให้เห็นว่าคุณเข้าใจในความรู้ลีกของเขา
บอกเหตุผลที่จะทำให้คุณทำตามสัญญาไม่ได้ สุดท้ายเด็กควรเรียนรูที่จะทำใจ
กับความรู้สีก ผิดหวัง ยอมรับความจริง แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่หมดความ
ไว้วางใจในตัวคุณ (คือคุณต้องไม่ผิดสัญญาเป็นนิจ พูดจาบิดพลิ้วเป็นประจำ)
“พ่อรู้ว่าลูกผิดหวังและรู้สีกโกรร พ่อเองก็เสียใจที่หำตามสัญญา
โม่ได้ พ่อไม่เคยลืมว่าสัญญากับลูกโว้อย่างโร แต่ครั้งนี้จำเป็นจริง ๆ
เพราะ........................”
48 รวนบทควาvtjvmww สำหรับวิทยุ

